เซาแธมป์ตัน – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (18:30 น.)
เซาแธมป์ตันไม่มีนาธาน เรดมอนด์ที่พักอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังบาดเจ็บข้อเท้าจากเกมคาราบาว คัพเมื่อกลางสัปดาห์ เลยต้องนั่งดูเพื่อนเล่นเช่นเดียวกับมุสซ่า เฌเนโป

ไมเคิ่ล โอบาเฟมี่น่าจะไม่มีส่วนร่วมด้วยเหมือนกันหลังตะคริวเล่นงานในเกมกลางสัปดาห์ ขณะที่ไรอัน เบอร์ทรานด์กลับมาลงซ้อมแล้วแต่ยังต้องรอดูว่าเขาฟิตพอหรือไม่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะไม่มีทั้งลุค ชอว์และอ็องโธนี่ มาร์กซิยาลที่บาดเจ็บแฮมสตริงและต้นขาตามลำดับ

สามกองหลังอย่างดิโอโก้ ดาโลท์, เอริค ไบญี่และทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ก็ยังต้องพักรักษาตัวกันต่อไป

เก็บตกสถิติเล็กน้อย

– เซาแธมป์ตันไร้ชัยชนะจากการเปิดบ้านเจอกับแมนฯ ยูไนเต็ด 8 นัดหลังสุดในลีก(เสมอ 3 แพ้ 5)

– ชัยชนะของเซาแธมป์ตันในสัปดาห์ที่แล้วยังเป็นการยุติผลงานไร้ชัยต่อเนื่อง 7 นัดในลีกด้วย

– กลับกันแมนฯ ยูไนเต็ดก็เอาชนะได้เพียงแค่นัดเดียวเองจากการลงสนามเกมลีก 8 นัดที่ผ่านมา

เชลซี – เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (21:00 น.)
เชลซีได้เมสัน เมาท์พร้อมลงสนาม หลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บเล็กน้อยที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนตัวออกในเกมพบนอริช

คัลลัม ฮัดสัน-โอดอยกับอันโตนิโอ รูดิเกอร์กลับมาลงซ้อมก็จริงแต่คาดหมายว่าจะไม่ได้ลงสนาม ขณะที่เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เปโดรและรีซ เจมส์ยังต้องรักษาตัวกันหมด

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดหวังว่าจอห์น เฟล็คกองกลางของพวกเขาจะมีส่วนร่วมได้ หลังพลาดเกมในสัปดาห์ที่แล้วเพราะอาการบาดเจ็บแฮมสตริง

คีน ไบรอันบาดเจ็บข้อเท้ามาจากเกมพบแบล็กเบิร์น โรเวอร์สในคาราบาว คัพทำให้ยังต้องลุ้นอาการ ส่วนโอลลี่ แม็คเบอร์นี่เจ้าของค่าตัวสถิติสโมสรได้ลุ้นออกสตาร์ทในลีกเกมแรกหลังที่ผ่านมาเป็นสำรอง 3 นัด

เก็บตกสถิติเล็กน้อย

– หนสุดท้ายที่ทั้งสองสโมสรเจอกันคือฤดูกาล 2006-07 โดยเชลซีเอาชนะได้แบบไปกลับโดยไม่เสียประตู แถมแฟรงค์ แลมพาร์ดยังได้ลงสนามทั้งสองนัด

– เชฟฟิลด์บุกมาเอาชนะเชลซีได้หนสุดท้ายต้องย้อนไปปี 1992 เลย

คริสตัล พาเลซ – แอสตัน วิลล่า (21:00 น.)
คริสตัล พาเลซยิ้มออกเมื่อโจเอล วอร์ด, พาทริค ฟาน อานโฮลท์และเจฟเฟรย์ ชลุปป์ผ่านการเช็คความฟิต แต่สก็อตต์ แดนน์ไม่แน่เพราะมีอาการบาดเจ็บที่มือ

มามาดู ซาโก้กับเจมส์ ทอมกินส์สองเซ็นเตอร์แบ็คยังกลับมาลงสนามไม่ได้

แอสตัน วิลล่าไม่มีแมตต์ ทาร์เก็ตต์ที่บาดเจ็บแฮมสตริงมาจากเกมเมื่อวันอังคาร ส่วนเจมส์ เชสเตอร์กับโจนาธาน โคดเจียก็ต้องพักข้างสนาม

มาร์เวลูส นาคัมบามีลุ้นออกสตาร์มเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรก หลังฝากผลงานน่าประทับใจในศึกคาราบาว คัพ

เลสเตอร์ ซิตี้ – บอร์นมัธ (21:00 น.)
เลสเตอร์ ซิตี้เฮได้เมื่อเบน ชิลเวลล์ฟิตแล้วหลังไม่ได้ลงสนามในเกมลีก 3 นัดที่ผ่านมารวมถึงในฟุตบอลถ้วยเพราะอาการเจ็บสะโพก

วิลเฟรด เอ็นดิดี้ก็คัมแบ็คแล้วเช่นกันหลังพลาดเกมสัปดาห์ก่อนเพราะเจ็บแฮมสตริง แต่เวส มอร์แกนต้องรอดูอาการเนื่องจากมีปัญหาที่หลัง

บอร์นมัธจะไม่มีชาร์ลี เดเนียลส์ให้ใช้งานยาวตลอดทั้งฤดูกาล หลังพบกับอาการบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าอีกหน

ไซม่อน ฟรานซิส, ลูวิส คุ๊ก, ลอยด์ เคลลี่, แดน กอสลิ่ง, เดวิด บรูคส์และจูเนียร์ สตานิสลาสต่างลงสนามไม่ได้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – ไบรจ์ตัน (21:00 น.)
แมนฯ ซิตี้จะจับตาดูสภาพร่างกายของจอห์น สโตนส์กับกาเบรียล เชซุส ทั้งคู่ต่างกลับมาลงซ้อมแล้วหลังมีปัญหากล้ามเนื้อและใกล้ฟิตเต็มถัง

นักเตะที่มีอาการบาดเจ็บระยะยาวแบบเบนจามิน เมนดี้กับเลรอย ซาเน่ยังหายหน้าหายตาต่อไป ขณะที่เจา คันเซโล่นักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์กำลังรอคอยการออกสตาร์ทหนแรก

ไบรจ์ตันขาดฟลอริน อันโดเน่กองหน้าของพวกเขาเพราะติดโทษแบน จากใบแดงที่ได้รับในเกมพบเซาแธมป์ตัน

อีปส์ บิสซูม่า, โฮเซ่ อิซเควียร์โด้และเอเซเกียล สเคลอตโต้ยังลงสนามไม่ได้

เก็บตกสถิติเล็กน้อย

– แมนฯ ซิตี้เอาชนะไบรจ์ตันใน 5 เกมหลังสุดที่พบกันมาในทุกรายการ

– ไบรจ์ตันไม่เคยมาเยือน”เรือใบสีฟ้า”และเก็บชัยชนะได้เลยจาก 9 นัดที่ผ่านมาแถมตอนนี้แพ้มา 5 นัดติดแล้ว

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – วัตฟอร์ด (21:00 น.)
นิวคาสเซิ่ลอาจไม่มีแมตต์ ริทให้ใช้งานนานถึง 2 เดือนหลังบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าจากเกมลีก คัพเมื่อกลางสัปดาห์

อัลลัน แซงต์-แม็กซิแมงพลาดเกมนี้เพราะอาการแฮมสตริงที่กลับมากำเริบในเกมพบท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว แต่โชเอลินตอนสลัดอาการเจ็บขาหนีบได้

วัตฟอร์ดไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ กลับกันได้โรแบร์โต้ เปเรย์ร่าฟิตอีกครั้งนึงหลังมีปัญหาต้นขาทำให้พลาดเกมพบเวสต์แฮม

ทรอย ดีนี่ย์กัปตันทีมเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่ามาในสัปดาห์ที่แล้วทำให้ต้องพักรักษาตัวต่อไป

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – นอริช ซิตี้ (21:00 น.)
เวสต์แฮมได้ฮาเวียร์ เอร์นานเดซกลับมาฟิตพร้อมอีกครั้งหลังพลาด 2 เกมหลังสุดเพราะเจ็บหัวเข่า

มิเคอิล อันโตนิโอจะต้องรอประเมินหลังต้องออกจากเกมพบกับนิวพอร์ตในลีก คัพกลางสัปดาห์ด้วยปัญหาเกี่ยวกับแฮมสตริง

นอริชจะไม่มีทิมม์ โคลเซ่ที่อาจต้องผ่าตัดหัวเข่า ขณะที่แกรนท์ ฮานลี่ย์มีปัญหาเกี่ยวกับขาหนีบ

กระนั้นในรายของคริสตอปห์ ซิมเมอร์มันสลัดอาการเจ็บสะโพกแล้วและโยซิป เดอร์มิชก็ฟื้นตัวจากอาการเจ็บแฮมสตริง

เบิร์นลี่ย์ – ลิเวอร์พูล (23:30 น.)
ฌอน ไดช์กุนซือของเบิร์นลี่ย์เผยว่าอาการเจ็บน่องของโยฮันน์ เบิร์ก กุดมุนด์สันไม่ได้แย่อย่างที่คิด แต่ก็ไม่น่าจะได้ลงสนามในเกมนี้

ร็อบบี้ เบรดี้ใกล้จะกลับมาแล้วแต่ยังต้องพักรักษาตัวต่ออีกหน่อย เช่นเดียวกับสตีเฟ่น เดอฟูร์

ลิเวอร์พูลจะยังไม่มีนาบี้ เกอิต้าที่ต้องรอจนพ้นช่วงพักเบรคทีมชาติไปแล้วถึงจะกลับมาฟิตเต็มถัง หลังมีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อ

ส่วนนักเตะอีกคนนึงที่จะไม่มีให้เยอร์เก้น คล็อปป์เลือกใช้ก็คืออลิสซอนผู้รักษาประตูมือหนึ่ง

เก็บตกสถิติเล็กน้อย

– เบิร์นลี่ย์เอาชนะเพียงแค่ 2 นัดจาก 16 เกมหลังสุดที่เจอกับลิเวอร์พูลในทุกรายการ

– ถึงอย่างนั้นเบิร์นลี่ย์ยิงประตูได้ตลอดทั้ง 6 เกมที่คล็อปป์เข้ามาคุมลิเวอร์พูล

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here